พยาธิตืด Echinococcus granulosus

ผศ.ดร.ณัธคพัชฬ รัตนพิทูลย์
ศูนย์วิจัยโรคปรสิต สำนักวิชาแพทยศาสตร์
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี

รู้จักโรคพยาธิตืดไฮดาติด?
เมื่อเราเลี้ยงสุนัข เลี้ยงแกะ และ/หรือมีโอกาสคลุกคลีกับฟาร์มสัตว์เหล่านี้ อาจจะต้องระวังหน่อยล่ะ
มีรายงานบทความในวารสาร The New England Journal of Medicine ที่น่าสนใจ ชายชาวโมรอคโคอายุ 30 ปี มีอาการไม่สบายที่ท้องด้านขวา มานานเป็นเวลา 15 เดือนที่ผ่านมา หมอตรวจร่างกายตรวจพบตับโต ผู้ป่วยมีประวัติคลุกคลีกับสุนัข ผลแลบค่าเม็ดเลือดขาวปกติ ผลอัลตราซาวด์และการตรวจด้วยเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ความเร็วสูง พบก้อนซีสต์ขนาดใหญ่ที่ตับด้านขวาดังรูป เห็นไฮดาติดซีสต์ ตรวจน้ำเหลืองให้ผลบวกต่อ anti-echinococcus IgG antibody จึงสรุปได้ว่าผู้ป่วยรายนี้ติดเชื้อพยาธิตืด Echinococcus granulosus มีสุนัขเป็นโฮสต์จำเพาะ การติดต่อสู่คนโดยการปนเปื้อนไข่พยาธิที่ออกมากับมูลของสุนัข เช่น อาหาร ผักสด น้ำดื่มที่ไม่สะอาด การสัมผัสคลุกคลีกับสุนัข แกะ แล้วไม่ล้างมือให้สะอาด ผู้ป่วยรายนี้ได้รับการผ่าตัดเปิดช่องท้องเพื่อผ่าเอาก้อนซีสต์ออก และมีอาการดีขึ้น หายขาดจากโรคนี้

พยาธิตืด Echinococcus granulosus
ขนาดเล็ก ประมาณ 2.1-5.02 ไมครอน โดยปกติพยาธิมี 3 ปล้อง scolex มี hook 2 แถว จำนวน 30-60 อัน พยาธินี้พบได้ทั่วโลก โดยเฉพาะถิ่นที่มีการเลี้ยงแกะ วัว ควาย ในอเมริกาใต้ ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ แอฟริกาใต้ บราซิล ยุโรปตอนใต้และตะวันออก มองโกเลีย จีน ญี่ปุ่นตอนใต้ เวียดนาม ฟิลิปปินส์ สำหรับประเทศไทยมีรายงานการติดเชื้อน้อย มีรายงานล่าสุดปี 2006

วงจรชีวิตของพยาธิ
ไข่พยาธิปนออกมากับอุจจาระ ถูกโฮสต์กึ่งกลาง เช่น โค แพะ แกะ สุกรกินเข้าไป ตัวอ่อน onchosphere ฟักออกจากไข่ที่บริเวณส่วนต้นของลำไส้ ไชเข้าในผนังลำไส้ไปที่เส้นเลือดของเยื่อแขวนลำไส้ และเคลื่อนที่ไปยังอวัยวะต่างๆ เช่น ตับ ปอด ตัวอ่อนเจริญเป็นถุงน้ำที่เรียกว่า hydrated cyst โดยใช้เวลาประมาณ 5 เดือน บางทีก็พบ scolex หลุดออกมาลอยอยู่ เราเรียกพวกที่หลุดออกมาลอยทั้งหมดว่า “hydatid sand” สุนัขติดเชื้อโดยการกินโฮสต์ตัวกลาง พยาธิจะเจริญเติบโตอยู่ที่ลำไส้พัฒนาเป็นตัวเต็มวัยต่อไป

อาการ
ปกติผู้ป่วยจะแสดงอาการของโรคหลังจากติดเชื้อนาน 5-20 ปี หรือเมื่อถุงน้ำ (hydatid cyst) มีขนาดใหญ่ขึ้น ผู้ป่วยอาจมีอาการแพ้เป็นผื่นแดงและคัน
ความรุนแรงของโรคขึ้นอยู่กับอวัยวะที่ติดเชื้อ พบได้ทั่วร่างกาย แต่มักพบที่ตับและปอด (80-90%) เกิดการอักเสบของเนื้อเยื่อที่อยู่รอบซีสต์ มี fibrous tissue มาหุ้ม ทำให้เนื้อเยื่อฝ่อและตาย อาจพบท่อน้ำดีอุดตัน ถ้าติดเชื้อในกระดูกจะทำให้กระดูกผุกร่อน

การวินิจฉัยโรค
– ตรวจเลือดเพื่อดูเม็ดเลือดขาว eosinophil (20-25%)
– ตรวจทางรังสีวิทยา เช่น อัลตราซาวด์
– ตรวจหา hydatid cyst ในอวัยวะต่าง ๆ โดยเฉพาะตับและปอด
– ตรวจทางน้ำเหลือง (serology) ดูแอนติบอดีต่อเชื้อ

การรักษา
– การรักษากรณีพบตัวเต็มวัย ให้ยา Praziquantel
– การผ่าตัดเอาซีสต์ออก (ระวังซีสต์แตก)

การป้องกัน
– ล้างมือให้สะอาดก่อนกินอาหาร และควรกินอาหาร ที่ปรุงสุกแล้ว
– ให้สุขศึกษาส่วนบุคคล
– ป้องกันไม่ให้สุนัขเป็นพยาธินี้

เอกสารอ้างอิง
– Ghizlane Lembarki and Naima El Benna. Echinococcal Cysts in the Liver. N Engl J Med 2018; 379:181
– CDC’s Division of Parasitic Diseases and Malaria (DPDM). Human echinococcosis: https://www.cdc.gov/dpdx/echinococcosis/index.html
– สมบูรณ์ แสงมณีเดช. Echinococcus granulosus. คณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น. http://vet.kku.ac.th/…/sombo…/DOGhelminth/lectape_echino.htm
– ณัฏฐวุฒิ แก้วพิทูลย์. พยาธิตัวตืด ใน ตำราปรสิตวิทยาทางการพยาบาลและสาธารณสุข. 2562, 410 หน้า