web analytics

ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับมะเร็งท่อน้ำดี

ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับมะเร็งท่อน้ำดี

มะเร็งที่เกิดกับท่อน้ำดี ท่อขนาดเล็กที่เชื่อมระหว่างตับและถุงน้ำดีไปที่ลำไส้เล็ก  พบทั้งกับท่อทางเดินน้ำดีภายในและนอกตับ มะเร็งท่อน้ำดีเป็นมะเร็งชนิดต่อมของทางเดินน้ำดี เป็นมะเร็งที่พบน้อยในโลกตะวันตก แต่พบอุบัติการณ์มากในไทย พบรายงานสูงมากที่สุดในโลก ลักษณะที่สำคัญของโณคคือ ความผิดปกติการทำงานของตับ ปวดท้อง ดีซ่าน น้ำหนักลด คันทั่วไป อาจจะมีไข้ สีของอุจจาระและปัสสาวะเปลี่ยนไป การเกิดโรคนี้มีความสัมพันธ์กับการติดเชื้อพยาธิใบไม้ตับแบบเรื้อรัง รวมถึงการสัมผัสกับสารเคมีบางชนิด มะเร็งท่อน้ำดีเป็นโรคที่ทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิต เมื่อเป็นแล้วไม่มีทางรักษาให้หาย โดยเฉพาะระยะที่ 3 และ 4 ไม่สามารถตัดเนื้อมะเร็งออกให้หมดได้ การวินิจฉัยในปัจจุบันนี้

ระบาดวิทยา

มะเร็งท่อน้ำดีเป็นมะเร็งที่พบน้อย ในสหรัฐอเมริกา มีอุบัติการณ์รายปีประมาณ 1-2 ราย ต่อ 100,000 ประชากร ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีอุบัติการณ์ของมะเร็งท่อน้ำดีสูงที่สุดในโลก คิดเป็น 84.6 ต่อ 100000 ประชากรชาย และ 36.8 ต่อ 100000 ประชากรหญิง อุบัติการณ์ของมะเร็งท่อน้ำดีเพิ่มตามอายุ พบในเพศชายมากกว่าเพศหญิง พบมากในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย พบมะเร็งท่อน้ำดีในผู้ป่วยที่โรคท่อน้ำดีอักเสบแข็งปฐมภูมิอาจสูงถึง 30%

ปัจจัยเสี่ยง

ยังไม่สามารถระบุปัจจัยเสี่ยงชัดเจนได้ แต่ก็ได้มีการศึกษาทั้งทางระบาดวิทยา การทดลองในสัตว์ และทางห้องปฏิบัติการ พบว่ามีปัจจัยเสี่ยงบางอย่างที่สัมพันธ์กับมะเร็งท่อน้ำดี เช่น

  • การติดเชื้อพยาธิใบไม้ในตับ อาทิ Opisthorchis viverrini พบในประเทศไทย ลาว กัมพูชา และเวียดนาม Clonorchis sinensis พบในเกาหลี จีน เวียดนาม และญี่ปุ่น
  • การเป็นโรคท่อน้ำดีอักเสบแข็งปฐมภูมิ (primary sclerosing cholangitis)
  • ผู้ป่วยโรคตับเรื้อรัง (chronic liver disease) จากการเป็นโรคตับอักเสบจากไวรัส (ไวรัสตับอักเสบบี ซี) จากแอลกอฮอล์ หรือตับแข็งจากสาเหตุอื่นๆ
  • ความผิดปกติแต่กำเนิดของตับ อาทิ โรคแครอไล (Caroli disease) หรือ ถุงน้ำดีของท่อร่วมน้ำดี (choledochal cyst)
  • โรคพันธุกรรมที่พบน้อย อาทิ กลุ่มอาการลินซ์ชนิดที่ 2 (Lynch syndrome II) และโรคติ่งเนื้อในท่อน้ำดี (biliary papillomatosis)
  • นิ่วในถุงน้ำดีและในตับ
  • การรับประทานอาหารหมักดอง อาทิ ปลาร้า ปลาเจ่า ปลาจ่อม ปลาส้ม ไส้กรอก ส้มเนื้อ ที่มีสาร N-Nitrosocompound และไนโตรซามีน (nitrosamine)
  • การสัมผัสสารทึบรังสีบางชนิด อาทิ throtrast เป็น thorium doxide

การแบ่งระยะ

  • ขั้น 1เอ (Stage 1A) อยู่เฉพาะบริเวณท่อน้ำดี
  • ขั้น 1บี (Stage 1B) ลุกลามออกจากท่อน้ำดีแต่ไม่มีการการแพร่กระจายไปที่ต่อมน้ำเหลือง และอวัยวะใกล้เคียง
  • ขั้น 2 เอ (Stage 2A) ลุกลามไปที่ตับ ตับอ่อน หรือถุงน้ำดี หลอดเลือดใกล้เคียง แต่ไม่มีการแพร่กระจายไปที่ต่อมน้ำเหลือง
  • ขั้น 2 บี (Stage 2B) แพร่กระจายไปที่ต่อมน้ำเหลืองใกล้เคียง
  • ขั้น 3(Stage 3) ลุกลามไปที่หลอดเลือดหลักที่นำเลือดเข้าและออกจากตับ  หรือลุกลามไปที่ลำไส้เล็กหรือลำไส้ใหญ่ กระเพาะอาหาร หรือผนังช่องท้องและแพร่กระจายไปที่ต่อมน้ำเหลืองในช่องท้อง
  • ขั้น 4 (Stage 4) ลุกลามไปที่อวัยวะห่างไกล เช่น ปอด

อาการและอาการแสดง

พบการทำงานของตับผิดปกติ ดีซ่าน ปวดท้อง ปวดที่ชายโครงขวา คันตามตัว น้ำหนักลด ไข้ สีอุจจาระหรือปัสสาวะเปลี่ยน ก้อนในตับ คลำถุงน้ำดีได้ ถุงน้ำดีอักเสบเฉียบพลันแบบไม่มีนิ่วในถุงน้ำดี การอุดตันท่อน้ำดี มีระดับบิลิรูบินและเอนไซม์ตับ อาทิ alkaline phosphatase และ gamma-glutamyl transeferase สูง

การวินิจฉัย

  • ตรวจวัดค่า CA19-9 จากเลือด
  • การตรวจอัลตราซาวด์ของตับและแขนงทางเดินน้ำดี
  • การตรวจอัลตราซาวนด์ผ่านการส่องกล้อง
  • CT-scan
  • การสร้างภาพท่อน้ำดีและตับอ่อนด้วยการใช้กล้องส่องย้อน (ERCP)
  • การสร้างภาพท่อน้ำดีด้วยการเจาะผ่านผิวหนังและตับ (PTC)
  • การสร้างภาพทางเดินน้ำดีและตับอ่อนด้วยเรโซแนนซ์แม่เหล็ก (MRCP)
  • การผ่าตัดสำรวจช่องท้อง (surgical exploration)
  • การผ่าตัดด้วยการส่องกล้อง (laparoscopy)
  • พยาธิวิทยา เช่น การตรวจทาง immunohistochemistry การขูดเซลล์ตรวจ (cytological scraping)

 

การรักษา

ปัจจุบันนี้ การผ่าตัดเอาเนื้องอกออกทั้งหมดถือเป็นหนทางที่ดีที่สุด ยังไม่มีวิธีการรักษาให้หายขาด โดยเฉพาะระยะที่ 3 และ 4 แต่ก็มีรายงานการศึกษาวิจัยในการนำยาต่างๆมาใช้ อาทิ 5-flouracil ร่วมกับ leucovorin, genmcitabine, gemcitabine ร่วมกับ cisplatin, irinotecan, capecitabine ยากลุ่ม tyrosin kinase inhibitor อาทิ erlotinib

เอกสารอ้างอิง

  • ชมรมศัลยแพทย์มะเร็ง (ประเทศไทย), ชมรมศัลยแพทย์ตับ ตับอ่อน และทางเดินน้ำดี. แนวทางการรักษาและตรวจติดตามมะเร็งท่อน้ำดี
  • Bergquist A, Ekbom A, Olsson R, Kornfeldt D, Lööf L, Danielsson A, Hultcrantz R, Lindgren S, Prytz H, Sandberg-Gertzén H, Almer S, Granath F, Broomé U (2002). “Hepatic and extrahepatic malignancies in primary sclerosing cholangitis”. J Hepatol 36 (3): 321–7. doi:10.1016/S0168-8278 (01) 00288-4 Check |doi= value (help). PMID 11867174.
  • Bergquist A, Glaumann H, Persson B, Broomé U (1998). “Risk factors and clinical presentation of hepatobiliary carcinoma in patients with primary sclerosing cholangitis: a case-control study”. Hepatology 27 (2): 311–6. doi:10.1002/hep.510270201. PMID 9462625.
  • Burak K, Angulo P, Pasha T, Egan K, Petz J, Lindor K (2004). “Incidence and risk factors for cholangiocarcinoma in primary sclerosing cholangitis”. Am J Gastroenterol 99 (3): 523–6. doi:10.1111/j.1572-0241.2004.04067.x. PMID 15056096.
  • Chapman R. “Risk factors for biliary tract carcinogenesis”. Ann Oncol. 10 Suppl 4: 308–11. PMID 10436847.
  • Gores G (2003). “Cholangiocarcinoma: current concepts and insights”. Hepatology 37 (5): 961–9. doi:10.1053/jhep.2003.50200. PMID 12717374
  • Kaewpitoon N, Kaewpitoon SJ, Pengsaa P, Sripa B. Opisthorchis viverrini: the carcinogenic human liver fluke. World J Gastroenterol. 2008 Feb 7;14(5):666-74.
    Review. PubMed PMID: 18205254; PubMed Central PMCID: PMC2683991.
  • Kaewpitoon N, Kaewpitoon SJ, Pengsaa P. Opisthorchiasis in Thailand: review
    and current status. World J Gastroenterol. 2008 Apr 21;14(15):2297-302. Review.
    PubMed PMID: 18416453; PubMed Central PMCID: PMC2705081.
  • Kobayashi M, Ikeda K, Saitoh S, Suzuki F, Tsubota A, Suzuki Y, Arase Y, Murashima N, Chayama K, Kumada H (2000). “Incidence of primary cholangiocellular carcinoma of the liver in Japanese patients with hepatitis C virus-related cirrhosis”. Cancer 88 (11): 2471–7. doi:10.1002/1097-0142 (20000601) 88:11<2471::AID-CNCR7>3.0.CO;2-T Check |doi= value (help). PMID 10861422.
  • Landis S, Murray T, Bolden S, Wingo P (1998). “Cancer statistics, 1998”. CA Cancer J Clin 48 (1): 6–29. doi:10.3322/canjclin.48.1.6. PMID 9449931.
  • Lu H, Ye M, Thung S, Dash S, Gerber M (2000). “Detection of hepatitis C virus RNA sequences in cholangiocarcinomas in Chinese and American patients”. Chin Med J (Engl) 113 (12): 1138–41. PMID 11776153.
  • Sripa B, Brindley PJ, Mulvenna J, Laha T, Smout MJ, Mairiang E, Bethony JM, Loukas A. The tumorigenic liver fluke Opisthorchis viverrini–multiple pathways to cancer. Trends Parasitol. 2012 Oct;28(10):395-407. doi: 10.1016/j.pt.2012.07.006. Epub 2012 Sep 1. Review. PMID: 22947297